하나로의료재단 블로그

2026-07-02

การบำบัดด้วยฮอร์โมนเพศชาย: กรณีที่จำเป็นและข้อควรระวัง

เรียนรู้เกี่ยวกับกรณีที่จำเป็นต้องรับการบำบัดด้วยฮอร์โมนเพศชาย (เทสโทสเตอโรน) ข้อควรระวัง ผลข้างเคียง และความสำคัญของการปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

การบำบัดด้วยฮอร์โมนเพศชาย: กรณีที่จำเป็นและข้อควรระวัง

การบำบัดด้วยฮอร์โมนเพศชาย: กรณีที่จำเป็นและข้อควรระวัง

สวัสดีครับ/ค่ะ ศูนย์ตรวจสุขภาพ Hanaro Medical Foundation สาขาจงโน/คังนัม ครับ/ค่ะ

ในปัจจุบัน เทสโทสเตอโรนถูกมองว่าเป็นสัญลักษณ์ของความเป็นชายและความมีชีวิตชีวา บางแห่งมีการโปรโมทผลิตภัณฑ์เทสโทสเตอโรนราวกับว่าเป็น ‘อาหารเสริม’ ที่ช่วยเพิ่มสมรรถภาพทางเพศและเสริมสร้างกล้ามเนื้อ แต่การใช้ฮอร์โมนเพศชายอย่างไม่ระมัดระวังอาจนำไปสู่ผลข้างเคียงต่างๆ เช่น การเสื่อมสมรรถภาพของระบบสืบพันธุ์ วันนี้ Hanaro Medical Foundation จะพาไปทำความรู้จักกับ ‘กรณีที่จำเป็นต้องบำบัดด้วยฮอร์โมนเพศชายและข้อควรระวัง’ กันครับ/ค่ะ

การขาดฮอร์โมนเพศชาย และภาวะฮอร์โมนเพศชายต่ำ (Hypogonadism)

ภาวะฮอร์โมนเพศชายต่ำในเพศชายคือภาวะที่อัณฑะผลิตฮอร์โมนเพศชาย (เทสโทสเตอโรน) ได้ไม่เพียงพอ ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการต่างๆ เช่น ความต้องการทางเพศลดลง กล้ามเนื้ออ่อนแรง ภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ และความรู้สึกอ่อนเพลีย การหลั่งเทสโทสเตอโรนถูกควบคุมโดยแกนไฮโปทาลามัส-ต่อมใต้สมอง-อัณฑะ หากมีความผิดปกติเกิดขึ้นที่ส่วนใดส่วนหนึ่งในระบบนี้ อาจส่งผลให้การหลั่งฮอร์โมนลดลงได้

การตรวจภาวะขาดเทสโทสเตอโรน

การขาดฮอร์โมนเพศชายสามารถตรวจสอบได้จากการตรวจเลือด โดยจะทำการตรวจในช่วงเวลา 08:00 - 10:00 น. ซึ่งเป็นช่วงที่ระดับฮอร์โมนสูงที่สุดในรอบวัน หากพบว่าระดับฮอร์โมนต่ำกว่าเกณฑ์ปกติอย่างน้อย 3 ครั้งร่วมกับมีอาการที่เกี่ยวข้อง จึงจะสามารถวินิจฉัยว่าเป็นภาวะขาดเทสโทสเตอโรนได้ ทั้งนี้ จะไม่มีการสั่งจ่ายฮอร์โมนทันทีเพียงเพราะผลตรวจพบว่าระดับฮอร์โมนต่ำแค่ครั้งเดียว

ลักษณะเฉพาะของการบำบัดด้วยฮอร์โมนเพศชายแต่ละประเภท

ผลิตภัณฑ์เทสโทสเตอโรนมีทั้งแบบรับประทาน แบบเจล/แผ่นแปะ และแบบฉีดเข้ากล้ามเนื้อ เนื่องจากแต่ละรูปแบบมีลักษณะเฉพาะและผลข้างเคียงที่แตกต่างกัน จึงต้องเลือกใช้รูปแบบที่เหมาะสมตามดุลยพินิจของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

แบบรับประทาน

• จำเป็นต้องใช้ปริมาณค่อนข้างมากเพื่อรักษาระดับในเลือด

• อาจส่งผลให้ ตับทำงานหนัก ได้

แบบเจล/แผ่นแปะ

• อาจทำให้เกิดการระคายเคืองที่ผิวหนัง

ต้องระวังเนื่องจากตัวยาอาจส่งผ่านไปยังผู้อื่นได้จากการสัมผัส

• โดยเฉพาะหากเด็กผู้หญิงสัมผัสโดน อาจทำให้เกิดภาวะเป็นสาวก่อนวัยได้

แบบฉีด

• แบ่งเป็นแบบออกฤทธิ์ระยะสั้น (3-4 สัปดาห์) และระยะยาว (10-14 สัปดาห์)

• แบบออกฤทธิ์ระยะยาว อาจพบภาวะลิ่มเลือดอุดกั้นในปอดจากน้ำมัน (POME) ได้แต่น้อยมาก

กรณีที่ควรหลีกเลี่ยงการบำบัดด้วยฮอร์โมนเพศชาย

ผู้ป่วยมะเร็งต่อมลูกหมากไม่สามารถใช้ฮอร์โมนเพศชายได้ นอกจากนี้ยังห้ามใช้ในผู้ป่วยที่มีภาวะเม็ดเลือดแดงมากเกินไป ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ และภาวะหัวใจล้มเหลว ส่วนผู้ป่วยโรคต่อมลูกหมากโตชนิดรุนแรง อาจพิจารณาให้ยาหลังจากการรักษาโรคหลักแล้ว

✅ มะเร็งต่อมลูกหมาก

✅ โรคต่อมลูกหมากโตชนิดรุนแรง

✅ ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ

✅ ภาวะหัวใจล้มเหลว

✅ ภาวะเม็ดเลือดแดงมากเกินไป (ปริมาตรเม็ดเลือดแดงอัดแน่น 50% ขึ้นไป)

ผลข้างเคียงที่สำคัญของฮอร์โมนเพศชาย

✔️ การเสื่อมสมรรถภาพของระบบสืบพันธุ์

- การใช้ยาฉีดแบบออกฤทธิ์ระยะยาวจะไปยับยั้งการทำงานของแกนไฮโปทาลามัส-ต่อมใต้สมอง-อัณฑะ

- หากใช้ติดต่อกันหลายปี แกนฮอร์โมนอาจไม่ฟื้นตัว ทำให้ต้องรับการรักษาด้วยการฉีดยาต่อไปเรื่อยๆ

✔️ มะเร็งต่อมลูกหมากและโรคต่อมลูกหมากโต

- ผู้ป่วยภาวะฮอร์โมนเพศชายต่ำจะมีความเสี่ยงมะเร็งต่อมลูกหมากค่อนข้างต่ำ แต่เมื่อได้รับเทสโทสเตอโรนเสริม ความเสี่ยงจะเพิ่มขึ้นมาอยู่ในระดับคนทั่วไป

- อาจทำให้อาการของโรคต่อมลูกหมากโตรุนแรงขึ้น และส่งผลให้มีปัญหาในการขับปัสสาวะมากขึ้น

✔️ ภาวะเม็ดเลือดแดงมากเกินไป

- ปริมาตรเม็ดเลือดแดงอัดแน่นเพิ่มขึ้น ทำให้มีความเสี่ยงต่อภาวะลิ่มเลือดอุดตันสูงขึ้น

การบำบัดด้วยฮอร์โมนเพศชายเป็นการรักษาที่มีประสิทธิภาพสำหรับผู้ป่วยภาวะฮอร์โมนเพศชายต่ำ

อย่างไรก็ตาม หากใช้อย่างไม่ระมัดระวัง อาจนำไปสู่ผลข้างเคียงต่างๆ เช่น โรคต่อมลูกหมาก ภาวะเม็ดเลือดแดงมากเกินไป และการเสื่อมสมรรถภาพของระบบสืบพันธุ์

ดังนั้น การบำบัดด้วยฮอร์โมนเพศชายจึงต้องดำเนินการภายใต้การดูแลและวินิจฉัยอย่างถูกต้องจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น

เนื้อหานี้คัดลอกมาจากคอลัมน์ของ นพ. อีอึนจิก แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านต่อมไร้ท่อ Hanaro Medical Foundation ในนิตยสารรายเดือน ‘ชีวิตสุขภาพดี ฉบับเดือนธันวาคม’ ของสมาคมสาธารณสุขเกาหลี สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติม โปรดอ้างอิงจากคอลัมน์ด้านล่างครับ/ค่ะ 👇👇👇

ศูนย์การแพทย์ Hanaro Medical Foundation สาขาจงโน ได้เชิญ ศ.นพ. อีอึนจิก ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคต่อมไทรอยด์และต่อมใต้สมอง มาเพื่อเสริมสร้างความเชี่ยวชาญในการรักษาโรคระบบต่อมไร้ท่อ

เรามุ่งเน้นการรักษาที่ครอบคลุม ทั้งภาวะไทรอยด์ทำงานต่ำ/เป็นพิษ เนื้องอกต่อมไทรอยด์ โรคต่อมใต้สมองและต่อมหมวกไต รวมถึงเวชศาสตร์ชะลอวัย การเจริญเติบโตในวัยเด็ก และการบำบัดด้วยฮอร์โมนต่างๆ เช่น ฮอร์โมนไทรอยด์ ฮอร์โมนต่อมหมวกไต และฮอร์โมนเพศชาย ขอฝากทุกท่านให้ความสนใจและสนับสนุนด้วยครับ/ค่ะ

เพื่อความสะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น ท่านสามารถจองคิวผ่าน Naver Reservation

เพื่อเข้ารับการตรวจกับ นพ. อีอึนจิก แผนกต่อมไร้ท่อได้เลยครับ/ค่ะ

การจองผ่าน Naver นี้ [สามารถจองได้เฉพาะแผนกต่อมไร้ท่อ] ของคลินิกผู้ป่วยนอก ศูนย์การแพทย์ Hanaro Medical Foundation สาขาจงโน เท่านั้น
ศูนย์การแพทย์ Hanaro Medical Foundation สาขาจงโน ชั้น 5 อาคาร Gran Seoul 1 Tower, 33 Jong-ro, Jongno-gu, Seoul คลินิก Hanaro ภายใต้มูลนิธิ Hanaro Medical Foundation ชั้น 5 อาคาร Gran Seoul 1 Tower, 33 Jong-ro, Jongno-gu, Seoul เช็คอินของบล็อกนี้

#การบำบัดด้วยฮอร์โมนเพศชาย #ฮอร์โมนเพศชาย #เทสโทสเตอโรน #ภาวะฮอร์โมนเพศชายต่ำ #HanaroMedicalFoundation #HanaroMedicalFoundationสาขาจงโน

คำถามที่พบบ่อย

ภาวะขาดฮอร์โมนเพศชายตรวจได้อย่างไร?

ยืนยันได้จากการตรวจเลือด การตรวจจะทำในช่วงเวลา 8-10 โมงเช้า ซึ่งเป็นช่วงที่ระดับฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนสูงสุด และจะวินิจฉัยว่าขาดเมื่อระดับต่ำกว่าปกติสามครั้งขึ้นไปและมีอาการที่เกี่ยวข้อง การที่ระดับต่ำเพียงครั้งเดียวไม่ได้นำไปสู่การสั่งยาในทันที

การรักษาด้วยฮอร์โมนเพศชายมีกี่ประเภท?

มีทั้งยาเม็ดรับประทาน, เจล/แผ่นแปะ, และยาฉีดเข้ากล้ามเนื้อ ยาเม็ดรับประทานอาจส่งผลต่อตับได้ และเจล/แผ่นแปะต้องระมัดระวังเนื่องจากส่วนประกอบของยาอาจถ่ายทอดไปยังผู้อื่นได้ ยาฉีดแบ่งเป็นชนิดออกฤทธิ์สั้นและออกฤทธิ์ยาว โดยจะเลือกรูปแบบที่เหมาะสมตามดุลยพินิจของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

มีโรคใดบ้างที่ควรหลีกเลี่ยงการรักษาด้วยฮอร์โมนเพศชาย?

ใช่ ผู้ป่วยมะเร็งต่อมลูกหมากไม่สามารถใช้ได้ นอกจากนี้ยังห้ามใช้ในผู้ป่วยที่มีภาวะเม็ดเลือดแดงมากเกินไป, ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ, และภาวะหัวใจล้มเหลว และสำหรับผู้ป่วยที่มีภาวะต่อมลูกหมากโตอย่างรุนแรง ควรพิจารณาการให้ยาหลังการรักษา ดังนั้นการปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจึงเป็นสิ่งจำเป็น

การฉีดเทสโทสเตอโรนเป็นเวลานานจะทำให้การทำงานของระบบสืบพันธุ์ลดลงหรือไม่?

ใช่ การใช้ยาฉีดออกฤทธิ์ยาวนานหลายปีอาจทำให้การทำงานของระบบสืบพันธุ์ลดลงได้ แกนไฮโปทาลามัส-ต่อมใต้สมอง-อัณฑะอาจถูกยับยั้ง และแกนฮอร์โมนอาจไม่ฟื้นตัว ซึ่งในกรณีนี้อาจจำเป็นต้องรักษาด้วยการฉีดต่อไป

ข้อควรระวังในการใช้เจลหรือแผ่นแปะฮอร์โมนคืออะไร?

ต้องระมัดระวังการสัมผัสกับผู้อื่น อาจเกิดการระคายเคืองผิวหนัง และมีความเสี่ยงที่ส่วนประกอบของยาจะถ่ายทอดไปยังผู้อื่นผ่านการสัมผัส โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากสัมผัสกับเด็กผู้หญิง อาจทำให้เกิดภาวะเป็นสาวก่อนวัยอันควรได้ จึงต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ

Like